Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

                                                                                                       

         โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เกิดขึ้นเนื่องจากภาวะของต่อมไร้ท่อมีความผิดปกติ
ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลออกมาเป็นพลังงานได้ จึงมีระดับน้ำตาล
ในเลือดสูง เมื่อถูกขับออกมาทางปัสสาวะจึงมีระดับน้ำตาลในเลือดออกมา
ผิดปกติ  ทำให้ปัสสาวะมีความหวาน จึงมักเรียกโรคนี้ว่า“โรคเบาหวาน”
(คำว่า”เบา”คนโบราณหมายถึงปัสสาวะ) โรคนี้เป็นโรคที่รู้จักมานานแล้ว
และทำให้เสียชีวิต เป็นโรคที่มีอาการเงียบ เพราะเมื่อเป็นระยะเริ่มแรก
จะไม่มีอาการ ปรากฏให้เห็นเด่นชัดมาก เมื่อมีอาการปรากฏชัดก็มักจะมี
อาการมากเสียแล้ว และเป็นโรคที่ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
                องค์การอนามัยโลกได้เห็นความสำคัญต่อต้านโรคเบาหวานสำหรับ
ประเทศไทยได้ตั้งสมาคม โรคเบาหวานขึ้นเมื่อพ.ศ. 2509 เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือ
ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน

   



            สาเหตุที่สำคัญของโรคเบาหวาน คือ การขาดฮอร์โมนอินซูลิน ในตับอ่อนจะมี
กลุ่มเซลล์บีต้า เป็นที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการเผาผลาญน้ำตาล
ในเส้นเลือดในร่างกายเมื่อขาดจะ ทำให้การเผาผลาญไม่สมบูรณ์ ทำให้ปริมาณ
น้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ปัจจัยเสริมให้เป็นโรคเบาหวาน
                1.พันธุกรรม โรคเบาหวานเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
พบว่าคนที่มีพ่อแม่ เป็นโรคเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้มากกว่าคนที่
ไม่มีพ่อแม่เป็นถึง 5 เท่า
                2. อายุ โรคเบาหวานมักเป็นในคนที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เพราะเป็นวัย
ที่ร่างกายเริ่ม เสื่อมถอย  มีการใช้พลังงานน้อยลง สภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นจนทำให้ 
เกิดการอ้วนเป็นโรคเบาหวานได้ง่าย สำหรับเด็กหรือผู้ที่อายุน้อยไม่ค่อยพบว่าเป็น
โรคเบาหวาน
                3. ความอ้วน คนอ้วนมีนิสัยในการบริโภคที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น
รับประทานมากเกินไป จากสถิติพบว่าคนอ้วนเป็นโรคเบาหวานถึงร้อยละ  77ส่วนคน
ปกติเป็นโรคเบาหวานเพียงร้อยละ 15 และคนผอมเป็นโรคเบาหวานเพียงร้อยละ 8
                4. เพศ โรคเบาหวานมักเกิดในเพศหญิง มากกว่าเพศชาย


1.มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง
2.ปัสสาวะบ่อยละมีปริมาณมาก
3กระหายน้ำบ่อยและหิวบ่อยเพราะร่างกายขาดน้ำเพราะปัสสาวะ
4.รับประทานอาหารจุแต่ร่างกายผอมลง อ่อนเพลีย
5.เป็นแผลหรือฝีจะรักษายาก
6.มักมีโรคแทรกซ้อนเช่น การติดเชื้อง่าย หลอดเลือดตีบแข็ง โรคประสาทพิการ
    นิ่วในถุงน้ำดี
7.ปวดเจ็บตามกล้ามเนื้อ ชาตามมือ และเท้า
8.มีอาการคันตามผิวหนัง
9.ตาพร่ามัว
10.เป็นแผลที่เท้าและขาท่อนล่างได้ จะรักษาหายยากจึงรุกลามอาจถูกแพทย์
     ตัดอวัยวะบางส่วนได้


                                     
                1.พยายามความคุมน้ำหนักของร่างกาย อย่าปล่อยให้อ้วน ควรรับประทาน
อาหารประเภทแป้ง น้ำตาลและไขมันให้น้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป
ควนทานพวกผักและผลไม้หรือ พวกมีกากใย เพราะมีโคเลสเตอรอลต่ำ
                2.หากพ่อแม่ ญาติพี่น้องเป็นโรคเบาหวาน จะต้องระมัดระวัง
เป็นพิเศษ เนื่องจากโรคนี้ เป็นโรคที่ติดต่อได้ทางพันธุกรรม
                3.ควรได้รับการตรวจเลือดและปัสสาวะเป็นประจำทุกปี  เพื่อดูแล
ระดับน้ำตาลและถ้าระดับ น้ำตาลมีปริมาณสูง โดยผลเลือดควรอยู่ระหว่าง
70-110 mg/dl
                4.ควรออกกกำลังกายอยู่เสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้
ร่างกายแข็งแรง
                5.ควบคุมเรื่องการบริโภคของผู้ป่วย   โดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้ง
และน้ำตาล รวมทั้งของหวานทุกชิด

 

              
ข้อควรปฏิบัติของผู้ป่วยโรคเบาหวาน
1.ไปพบแพทย์ตามกำหนดเสมอ
2.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
3.ควรพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ
4.ควรเหลี่ยงเลี่ยงจากสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียด
5.ระมัดระวังในเรื่องการรับประทานอาหารโดยอาหารประเภท ขนม
6.ระมัดระวังอย่าให้เกิดบาดแผลหากมีจะต้องรีบไปรักษา
7.หมั่นดูแลทำความสะอาดมือและเท้าเป็นพิเศษ
8.รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง
9.ทำจิตใจให้แจ่มใส