โรคความดันโลหิตสูง(Hypertension)

โรคความดันโลหิตสูง

                                                                                
           โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นหนึ่งในโรคที่คนปัจจุบันเป็นกันมาก และคนส่วนใหญ่ก็ไม่่รู้ตัวว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่หากปล่อยให้เป็น โรคความดันโลหิตสูง ไปนาน ๆ อาจนำมาซึ่งโรค
ร้ายอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย
            โรคความดันโลหิตสูงเราจะรู้ได้ว่าเราเป็นโรคความดันโลหิตสูงจากการวัดค่าด้วยเครื่องมือวัดความดันเลือด
ที่เรียกว่าสฟิกโมมาโนมิเตอร์ (spsygmomanomiter) ซึ่งใช้วัดความดันที่แขน ค่าที่ได้มี 2 ค่า คือ
1.ค่าความดันช่วงบน หรือแรงดันเลือดขณะที่หัวใจบีบตัว
2. ค่าความดันช่วงล่างหรือแรงดันเลือดขณะที่หัวใจคลายตัว

http://img.kapook.com/image/icon/blue_star.gifอย่างไรจึงเรียกว่า โรคความดันโลหิตสูง

          โดยปกติทุกคนจะมีความดันโลหิต ที่จะคอยผลักดันเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย
ซึ่งอัตราปกติหัวใจของคนเราจะเต้น อยู่ประมาณ 60-80 ครั้งต่อนาที ความดันก็จะเพิ่มขณะที่หัวใจบีบตัว
และลดลงขณะที่หัวใจคลายตัว ทั้งนี้ โดยปกติคนจะมีระดับความดันโลหิต 120/80-139/89 มิลลิเมตรปรอท
แต่องค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ว่า หากใครมีความดันโลหิตสูง 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็น
โรคความดันโลหิตสูง
          อย่างไรก็ตาม ความดันโลหิตของคนไม่เท่ากันตลอดเวลา เพราะขึ้นอยู่กับสิ่งต่าง ๆ เช่น สภาพแวดล้อม
ท่าทาง อากัปกิริยา เช่น หากวัดความดันโลหิตในท่านอน จะมีค่าสูงกว่าท่ายืน  รวมทั้งช่วงเวลาระหว่างวัน
จิตใจ อารมณ์ ความเครียด อายุ เพศ ฯลฯ ก็เป็นสาเหตุให้ระดับความดันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
         

http://img.kapook.com/image/icon/blue_star.gifโรคความดันโลหิตสูง นำไปสู่โรคร้ายอะไร

          ผู้ที่เป็น โรคความดันโลหิตสูง จะมีความดันโลหิตเลี้ยงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่สม่ำเสมอ
ซึ่งนำมาสู่โรคต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดในสมองตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจ
โรคไตวาย เส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตโดยเฉียบพลันได้

http://img.kapook.com/image/icon/blue_star.gifระดับความรุนแรงของ โรคความดันโลหิตสูง

ความรุนแรงของ โรคความดันโลหิตสูง แบ่งเป็น 3 ระยะคือ

          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifระดับที่ 1 ความดันโลหิตสูงระยะเริ่มแรก ค่าความดันโลหิต ระหว่าง 140-159/90-99 มม.ปรอท
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifระดับที่ 2 ความดันโลหิตสูงระยะปานกลาง ค่าความดันโลหิต  ระหว่าง 160-179/100-109 มม.ปรอท
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifระดับที่ 3 ความดันโลหิตสูงระยะรุนแรง ค่าความดันโลหิต มากกว่า 180/110 มม.ปรอท

          ทั้งนี้ การวัดความดันโลหิตควรจะวัดขณะนอนพัก และควรวัดซ้ำ 2-3 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นความดันโลหิตสูงจริง ๆ

http://img.kapook.com/image/icon/blue_star.gifสาเหตุของ โรคความดันโลหิตสูง

          สาเหตุของการเป็นโรคความดันโลหิตสูง ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ส่วนใหญ่จะพบ โรคความดันโลหิตสูง
ในกลุ่มคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีอาการป่วยบางประเภท เช่น อาการป่วยเกี่ยวกับสมอง ต่อมหมวกไต
และต่อมไร้ท่อบางประเภท รวมทั้งโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เช่น โรคโลหิตจางอย่างรุนแรง
เบาหวาน เป็นต้น

http://img.kapook.com/image/icon/blue_star.gifอาการของผู้เป็น โรคความดันโลหิตสูง

          ปกติแล้วผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง มักไม่ปรากฎอาการใด ๆ ให้ทราบ อาจพบอาการปวดศีรษะ
มึนงง เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย ผิดปกติ อาจมีอาการแน่นหน้าอก หรือนอนไม่หลับ สูญเสียความจำ สับสน

http://img.kapook.com/image/icon/blue_star.gifภาวะแทรกซ้อนของ โรคความดันโลหิตสูง

          โรคความดันโลหิตสูง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ 2 กรณีคือ
          1.ภาวะแทรกซ้อนจาก โรคความดันโลหิตสูง โดยตรง คือ

         http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gif  ภาวะหัวใจวาย ที่เกิดจากหัวใจทำงานหนักขึ้น ทำให้ผนังหัวใจหนาตัว เกิดหัวใจโต
              และหัวใจวายตามมา
         http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gif  หลอดเลือดในสมองแตก หรือตีบตัน
          2.ภาวะแทรกซ้อนจากหลอดเลือดแดงตีบ หรือตัน เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือเรื้อรัง
ซึ่งจะส่งผลให้หัวใจ เต้นผิดจังหวะ รวมทั้งหลอดเลือดสมองตีบ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวายเรื้อรัง
จากการที่เลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอได้ รวมทั้ง อาการตาบอด ที่เมื่อเป็นโรคความดันโลหิตสูง
อาจทำให้หลอดเลือดแดงในตาค่อย ๆ เสื่อมลง จนอาจมีเลือดออกที่จอตา ทำให้ประสาทตาเสื่อมจนตาบอดได้
          ทั้งนี้ มีข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ผู้ป่วน โรคความดันโลหิตสูง หากไม่ได้การรักษา อาจเสี่ยงต่อการ
เสียชีวิตด้วยอาการ หัวใจวาย 60-75%, เสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองอุดตัน หรือแตกราว 20-30%
และเสียชีวิตจากไตวายเรื้อรัง 5-10%

http://img.kapook.com/image/icon/blue_star.gifปัจจัยเสี่ยงต่อ โรคความดันโลหิตสูง

          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม พบว่า คนประมาณ 30-40% ที่บิดามารดาเป็นโรคความดันโลหิตสูง
              จะมีแนวโน้มเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้มากกว่า คนที่ไม่มีประวัติในครอบครัว
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifความเครียด หากคนมีความเครียดสูง อาจทำให้ความดันโลหิตสูงไปด้วย
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifอายุ โดยปกติเมื่ออายุมากขึ้น ความดันโลหิตจะสูงขึ้นตามไปด้วย แต่สำหรับโรคความดันโลหิตสูง
              มักพบในผู้ที่ อายุ 40-50 ปีขึ้นไป แต่ในอายุต่ำกว่านี้ก็สามารถพบได้เช่นกัน
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifเพศ มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังวัยหมดประจำเดือน
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifรูปร่าง มักพบในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือคนอ้วนมากกว่าคนผอม
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifเชื้อชาติ มักพบในคนอเมริกัน เชื้อสายแอฟริกา หรือกลุ่มผิวสี
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifพฤติกรรมการกิน ผู้ที่ชอบทานเค็ม ทานเกลือ มักมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูง มากกว่าคนปกติ
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifสภาพภูมิศาสตร์ ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองมักมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ที่อยู่อาศัยในชนบท เพราะมี
              ความเครียด และสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายรบกวนจิตใจอารมณ์มากกว่า

http://img.kapook.com/image/icon/blue_star.gifการรักษา โรคความดันโลหิตสูง

          สามารถทำได้ 2 ทางคือ การใช้ยา และไม่ใช้ยา โดยในผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง ที่เริ่มรู้ตัวว่าเป็น
แพทย์จะสามารถรักษา โรคความดันโลหิตสูง ได้ โดยป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน แต่สำหรับผู้ที่มี
โรคแทรกซ้อนร่วมด้วย แพทย์จะต้องให้ยา และพยายามควบคุมระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ

http://img.kapook.com/image/icon/blue_star.gifการป้องกัน และข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่เป็น โรคความดันโลหิตสูง

          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจวัดความดันโลหิตสูงอย่างสม่ำเสมอ
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด เพราะเกลือจะทำให้ความตึงตัวของผนังหลอดโลหิตแดงเพิ่มขึ้น
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มไขมันจากสัตว์ เช่น กะทิ เนื้อสัตว์ รวมทั้งอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาลขัดขาว
              ทุกชนิด เพราะ จะทำให้น้ำหนักตัว และระดับไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifงดสูบบุหรี่ และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจดื่มได้ในปริมาณพอเหมาะ คือ วิสกี้ 2 ออนซ์ หรือ
              ไวน์ 8 ออนซ์
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifพยายามควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ให้อ้วนมากเกินไป เพราะความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิด
              โรคความดันโลหิตสูงได้
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifออกกำลังกายให้พอควรและสม่ำเสมอ ด้วยการเดินเร็ว ๆ  วิ่งเหยาะ ๆ  หรือปั่นจักรยาน
              ประมาณ 15-20 นาที อย่างน้อย 3-6 ครั้งต่อสัปดาห์
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifพักผ่อนให้เพียงพอ
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifทำจิตใจให้เบิกบาน ไม่เครียด

http://img.kapook.com/image/icon/blue_star.gifเคล็ดลับวิธีลดความดันโลหิตสูง

          นอกจากการรักษาและป้องกันแล้ว เราสามารถลดระดับความดันโลหิตได้ ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifลดปริมาณเกลือ ด้วยการหันมาทานอาหารที่มีธาตุโพแทสเซียม และแมกนีเซียม
              ซึ่งมีมากในผักและผลไม้สด อย่าง กล้วย มันฝรั่ง และผักใบเขียวต่าง ๆ
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifดื่มน้ำสมุนไพร เช่น ขึ้นฉ่าย กระเจี๊ยบแดง และบัวบก
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifผ่อนคลายความเครียดด้วยการฟังเพลง
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่าง ๆ ช่วยผ่อนคลายอารมณ์และความเครียด
          http://img.kapook.com/image/icon/1451519.gifนั่งสมาธิ วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที จะช่วยรักษาระดับความดันโลหิตได้